All entries for Monday 04 June 2007

June 04, 2007

Self–love and Wisdom

วันอาทิตย์ได้มีโอกาสไปทำบุญที่วัดป่าสันติธรรม เมืองวอร์ริค
เนื่องในวันวิสาขบูชา ร่วมกับสมาคมนักเรียนไทยที่วอร์ริคมา

temple

ก็จะขอส่งบุญและสันติทางจิตใจให้
พ่อแม่ ครอบครัว
ครูบาอาจารย์
และเพื่อนๆ ทุกคนโดยทั่วหน้า ค่ะ

meprostrate

หลังเวียนเทียน
ก็จิตใจผ่องแผ้วเบิกบาน
ยามได้นมัสการพระพุทธ
บูชาพระธรรมคำสอน
ระลึกถึงคุณพระสงฆ์

vesakh

เดินเข่าอย่างสวยงาม (บรรยากาศดีมากเลยวันนี้ อากาศร้อนทำให้นึกถึงที่บ้าน)

templ2

ฟังหลวงพ่อท่านเทศน์แล้ว รู้สึกว่าธรรมะและคำเทศน์นั้นเป็น nourishment ทางจิตใจอย่างที่ท่านว่าจริงๆ เรานั่งเรียนนั่งทำงานบางทีก็ละเลยอาหารทางจิตที่จะทำให้ชีวิตเราสงบสุข มีปัญญาที่จะกำหนดรู้ทันการเปลี่ยนแปลงและความไม่เที่ยงทั้งหลายทั้งปวง ตั้งใจไว้ว่าเราจะต้องพยายามไม่ละเลยตรงจุดนี้

ข้อที่รู้สึกว่าเป็นประเด็นที่ควรนำมาใช้กับชีวิตดิฉันตอนนี้คือ

ข้อแรก
เรื่อง Self-love ซึ่งหลวงพ่อท่านว่าเป็นคนละเรื่องกับ being selfish
การรักตัวเอง การหวังดีกับตัวเอง นั้นสำคัญ
เพราะถ้าเราไม่มีตรงนี้แล้ว
เราจะทำประโยชน์หรือเผื่อแผ่ความรักความหวังดีแด่ผู้อื่นได้อย่างไร

กลับมาคิดดู
การปล่อยให้ตัวเองเครียด (ซึ่งเพิ่งเครียด... อีกแล้ว แค่เมื่อประมาณห้านาทีที่แล้วที่กำลังนั่งปั่นงาน) การกดดันตัวเองมากจนเกินไป การอดหลับอดนอน ไม่สนใจสภาพร่างกายและจิตใจตัวเองนั้น ถือเป็นการเบียดเบียนตัวเอง
การละทิ้งงานเพื่อมานั่งพินิจดูสิ่งปรุงแต่งทางอารมณ์ นั้นไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัว
จริงๆ แล้วการละทิ้งทุกสิ่ง อย่างที่เจ้าชายฮินดูผู้หนึ่ง
(ผู้ซึ่งวันหนึ่ง วันที่เราระลึกถึงในนามวิสาขบูชา ได้บรรลุถึงพุทธิปัญญา)
ได้กระทำไปนั้น หาใช่เรื่องเห็นแก่ตัวแต่อย่างใด

ข้อที่สอง
การมีสติ และปัญญาจากการปลงมรณังสังขาร
แลเห็นความไม่เที่ยงของทุกสิ่งทุกอย่าง

เพราะที่ผ่านมา จิตใจว้าวุ่นวิตกอยู่กับเรื่องการเมืองของประเทศไทยเหลือเกิน
(หลักฐานอยู่ที่เอนทรีของวันที่ 29 พฤษภาคม ด้านล่าง จะก้าวร้าวอะไรล่ะ)

มีการเก็บมาไม่พอใจคนที่ความคิดเห็นไม่เหมือนตัวเองบ้างล่ะ
หงุดหงิดบ้างล่ะที่ต้องจัดการกับอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่ตอนนั้นรู้สึกว่าขัดหูขวางตา

ทั้งที่จริงๆ แล้วการเมืองเป็นสิ่งไม่เที่ยง อย่าว่าแต่การเมืองเลย
ชีวิตคนเรามีเกิดมีดับ แก่แล้วแก่เลยไม่มีวันถอยหลังกลับ
เซลล์ผิวหนังของเราเปลี่ยนไปทุกเสี้ยวของเสี้ยวของเศษเสี้ยววินาที
นับประสาอะไรกับความคิดของเราที่โลดแล่นไปมาอย่างที่วูลฟ์แสดงให้เห็น

ดังนั้นจะเอาอะไรกับโลกนี้มากคะ
และจะยึดติดอะไรมากมาย (บอกตัวเองไว้!! วริตตา)

(จริงๆ ต้องสารภาพว่า การ let go มันทำยากมาก
เพราะเมื่อเช้าขณะนั่งรถไปวัดยังอดไม่ได้ที่จะพูดถึงหรือ ”เปรย” เรื่องการเมือง กว่าจะตั้งสติสำรวมใจได้นั้นก็แทบจะข้ามธรณีประตูวัดไปกราบพระประธาน)

ภาวะการตามจิตไม่ทัน หรือการไม่ครองสติให้มั่นนี้
เป็นปัญหาใหญ่ของดิฉันจริงๆ

สองข้อนี้ต้องพยายามปรับปรุงด่วน
ใครที่มีข้อแนะนำอะไรดีดีหรือข้อคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร
ก็ขอให้แบ่งปันแนะนำกันมาบ้างนะคะ

สวัสดี

peace

คุณแม่โน้ต (แกดูไม่อ้วนจริงๆ ไม่ต้องคิดมาก)
ลูกหวานเย็น และป้าอิ๊ป กำลังทำบุญตักบาตรร่วมกัน

meip

กับหญิงไทยใจงาม Miss Angel in Disguise :P


June 2007

Mo Tu We Th Fr Sa Su
May |  Today  | Jul
            1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30   

Search this blog

Tags

Galleries

Most recent comments

  • congratulations by secret admirer on this entry
  • ?? by kwangbeauty@M6arts on this entry
  • by Kwang Beauty on this entry
  • u are so fast….. by on this entry
  • by jeep on this entry

Blog archive

Loading…
Not signed in
Sign in

Powered by BlogBuilder
© MMXXI