The Merging of Genre
ตั้งชื่อซะเครียด
จริงๆ แล้วไม่มีไรหรอก จะบอกว่าเพิ่งไปดูหนังเรื่อง The Perfume: The Story of a Murderer มา หรือชื่อภาษาไทยคือ น้ำหอมมนุษย์ ใช่มะ

คนเขียนคือ พาทริก ซุสคิน (ต่อบอกว่า นามสกุลน่ารักมาก แปลว่า "sweet boy")
ตอนแรกได้ยินว่านิยายเรื่องนี้สนุกก็นู่น ตั้งแต่ยังไม่เปิดเทอม คุณต่อเล่าให้ฟังผ่านโทรศัพท์ โทรทางไกลจากเยอรมนี
ตอนนั้นจำได้ว่าอยู่ห้องสมุดกับโน้ต โน้ตยืมหนังสือตรงเคาน์เตอร์ เรายืนคุยอยู่ตรงส่วนวารสาร พยายามเสียงเบาที่สุด อ่ะ ทำไมจำแม่น แก่แล้วยิ่งจำแม่น สงสัยเพราะเลิกเหล้า เซลล์สมองเริ่มมีขึ้นมาบ้าง
ต่อก็เล่าเรื่องย่อไปมา ฟังแล้วก็คิดว่าน่าสนใจดี พอรู้ว่ามีคนมาทำหนัง ก็เริ่มรอคอย แต่ก็ไม่หาหนังสือมาอ่านซะที (เห็นในร้านหนังสือละ แต่ตอนนี้งานท่วมหัว คงต้องรออีกนิด)
ดูหนังก็เฮ้ย ดีมากๆ ตอนแรกนึกว่ามันจะเป็น Thriller ร้อยเปอร์เซนต์ แหม ก็ genre มันออกจะชัด
ที่ไหนได้ มันเป็นมากกว่านั้น มันเป็นการผสมผสานของ genre ที่แยบยล
เป็น statement เกี่ยวกับศิลปะ ความงาม ความรัก และก็การใช้ชีวิต
การที่เราพยายามอย่างมาก หมกมุ่นอย่างมากที่จะ preserve ความงาม มันไม่มีวันสู้การได้ enjoy ความงามนั้น การที่เราพยายาม preserve ชีวิต มันสู้การใช้ชีวิตจริงๆ ไม่ได้ ดูแล้วนั่งอึ้งไป เพราะหนังมันสื่อดีมาก มุมกล้อง แสง คนแสดง ทำให้รู้กเหมือนได้กลิ่นจากตัวของเหยื่อแต่ละคนจริงๆ ไม่ได้เว่อร์นะ นานๆ ทีจึงจะอินกับไรแบบนี้
แล้วฉาก ดีมากอ่ะ เป็นฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 18 ที่รู้ว่าคนจัดองค์ประกอบเนี่ย ทำการบ้านมาดี รู้สิ เพราะตอนนี้ทำเปเปอร์เรื่องการค้าทาสในยุโรปสมัยศตวรรษที่ 18 งานของ Olaudah Equiano (1745-1797) คนดำคนแรกที่เขียนชีวประวัติของตัวเองเป็นภาษาอังกฤษ หมกมุ่นจนตอนนี้เหมือนชอง บัปติส เกรอนุย (รู้สึกในหนังจะเกิด 1715) พระเอกในหนังละ เพราะทำแต่งานจนจะเป็นบ้า ต้องออกไปใช้ชีวิต (กลางคืน5555) บ้างละ
ดูแล้วก็เลยชอบไปใหญ่ ข้าวของเครื่องใช้ บรรยากาศมันได้จริงๆ 
แต่ต้องเตือนหน่อย ถ้าจะดู ให้ดูฉากใกล้ๆ ตอนจบเป็นความเปรียบนิดนึง คือ เราเองก็อดที่จะหัวเราะให้กับความ ยังไงล่ะ absurd ของมันไม่ได้ แต่ถ้าดูเป็นเรื่องของสัญลักษณ์ ก็จะซาบซึ้งกับ message ของหนังนะ
เรานั่งข้างคู่สามีภรรยา ก็มีอายุแล้วล่ะ ได้ยินเขาชมว่าดี แล้วก็เพิ่งรู้ด้วยว่าหนังดังมากในยุโรป ก็แปลกดี ไม่รู้ว่าที่เมืองไทยจะขายได้มั้ย แต่คงขายได้แหละ เพราะมันก็อยู่ในเรื่องจำพวกฆ่าสยองขวัญไรงี้ อืม แต่เราคิดว่าตรงนั้นมันเป็นแค่ตัวสื่อความหมายเท่านั้น
ไปดูกันนะ เราแนะนำด้วยความหวังดีจริงๆ แล้วมาคุยกัน:)
Loading…
mama de la Ho-ya
ขอเจิมเป็นท่านแรกนะคะ ดิชั้นชอบเรื่องนี้มากมาก เป็นหนังสือเล่มแรกที่อ่านจนจบแบบไม่เว้นวรรคตอน เช่นหายไปสามเดือนแล้วกลับมาอ่านใหม่ สงสารพระเอกของเรามากกกกกกกกก ถ้ามาหาเจ๊ไม่ต้องมีกลิ่นตัวก็ได้ เจ๊รับหมด ส่วนเรื่องฉากได้ยินมาว่า มีพลาดนิดนึงคือ สมัยนั้นขวดน้ำหอมยังไม่ทำเป็นสีสี แต่ว่าในหนังมี อันนี้ก็ไม่ทราบได้เพราะว่าอายุไม่ได้ยืนขนาดนั้น ไว้แกร่งกล้าเมื่อไหร่จะเอาต้นฉับบเยอรมันมาอ่าน
13 Jan 2007, 19:43
เอ ไม่นะแก เพราะชั้นเคยเข้าเวปดูเล่นๆ
(ตอนนี้ชอบกูเกิลอิเมจหาของเก่า อย่างตรวนของทาสไรงี้ สนุ๊กสนุก แต่บางทีก็หดหู่
ก็ไปเจอขวดน้ำหอม ปกติทำเป็นสีออกเนื้อๆ ใสๆ หน่อย แล้วบางอัน อย่างที่เห็นในเวปพิพิธภัณฑ์ภาพถ่ายและของเก่าในเมกา ก็มีลายสวยงาม
ด้วยนะ ที่แบบ bottle and stopper และ cylindrical ที่มีแกนกลาง อันหลังมีขายในอีเบย์ (ขนาดเหล็กที่เรียกว่า Manilla ที่หกอัน
ซื้อทาสได้คนนึง ยังมีขายในอีเบย์เลยแก อยากได้เหมือนกัน แต่อาจารย์เอาไปละ) ลองหารูปดูดิ
มีเป่าแก้วสีสีในอิตาลีมาตั้งแต่สมัยกลางแล้วก็น่าจะมีแก้วเป็นสีสีเนอะ แกไปเอาข้อผิดพลาดมาจากไหน ชั้นสนใจ
13 Jan 2007, 21:01
maymay
ไว้จะหาเพื่อนไปดู ไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกัน ทำงานกันหมด – -;;;
ที่ไทยฟอร์มไม่ใหญ่มากนะ ดรีมเกิร์ลส์ของหวานเย็นอะ จะเข้าแล้วมั้ง ช่วงนี้มะมีหนังน่าดูเลย
ถ้าได้ดูแล้วจะมาคุย
14 Jan 2007, 05:18
lin
want to see this movie wa heard so many good things about it… maybe the director should consider making a movie about food so the audience can smell the food this much too wahaha i certainly wouldn’t miss that one!
30 Jan 2007, 15:02
Add a comment
You are not allowed to comment on this entry as it has restricted commenting permissions.